รู้จัก Amazon Quick ให้ลึกกว่าเดิม: ผู้ช่วย AI, พื้นที่ทำงานร่วมกัน และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลครบวงจรในแพลตฟอร์มเดียว
องค์กรยุคนี้ไม่ได้ต้องการแค่ "แดชบอร์ดสวยๆ" อีกต่อไป แต่ต้องการผู้ช่วยที่เข้าใจข้อมูลขององค์กร ตอบคำถามได้ทันที และช่วยลงมือทำงานแทนได้จริง นี่คือเหตุผลที่ AWS พัฒนา Amazon Quick (ชื่อเดิมคือ Amazon QuickSight ที่ขยายขอบเขตกลายเป็นพื้นที่ทำงานแบบ agentic AI เต็มรูปแบบ) ให้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่รวมทั้งแชทบอทอัจฉริยะ พื้นที่จัดเก็บและแชร์ความรู้ร่วมกัน และเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกแบบ Business Intelligence (BI) ไว้ในที่เดียว
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จัก Amazon Quick แบบละเอียด ตั้งแต่การสร้างและปรับแต่ง Chat Agent การใช้งาน Spaces เพื่อจัดระเบียบและแชร์ทรัพยากร ไปจนถึงความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลใน Amazon Quick Sight ที่เป็นหัวใจของแพลตฟอร์มมาตั้งแต่ต้น เหมาะสำหรับผู้ดูแลระบบ นักวิเคราะห์ข้อมูล และผู้ใช้งานทั่วไปที่อยากเข้าใจภาพรวมทั้งหมดในที่เดียว
ส่วนที่ 1: สร้าง ปรับแต่ง และใช้งาน AI-Powered Chat Agent ใน Amazon Quick
หัวใจสำคัญของ Amazon Quick ที่ทำให้แตกต่างจากเครื่องมือ BI แบบเดิมคือ Chat Agent ซึ่งเป็นผู้ช่วยที่ทำงานผ่านการสนทนาภาษาธรรมชาติ ช่วยให้ผู้ใช้สำรวจข้อมูล วิเคราะห์สารสนเทศ และลงมือทำงานต่างๆ ได้โดยไม่ต้องเขียนคำสั่งหรือสูตรที่ซับซ้อน
ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ Chat Agent ผ่านหน้าต่างแชทของ Quick ได้โดยตรง โดย Agent จะให้ความช่วยเหลือผ่านบทสนทนาแบบเปิดกว้าง ที่มีเป้าหมายชัดเจน มีแหล่งความรู้รองรับ และสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือภายนอกได้ จุดที่น่าสนใจคือ Chat Agent สามารถพัฒนาตัวเองจากการเป็นแค่ "หน้าต่างถาม-ตอบ" ธรรมดา ไปสู่การเป็นระบบที่ควบคุมดูแล (orchestrate) เวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนได้
โดยรวมแล้ว คุณสามารถใช้ Chat Agent เพื่อ:
- สร้างเนื้อหาและตอบคำถามผ่านการสนทนาด้วยภาษาธรรมชาติ
- วิเคราะห์และสรุปข้อมูลจาก Spaces, แดชบอร์ด, Topics, ชุดข้อมูล (dataset) และไฟล์ที่อัปโหลดที่เชื่อมต่อไว้
- เรียกใช้ Action เพื่อดำเนินขั้นตอนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สม่ำเสมอและทำซ้ำได้
Chat Agent มีกี่ประเภท
Amazon Quick รองรับ Chat Agent สองประเภทหลัก ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการที่ต่างกัน
1. System Chat Agent (ผู้ช่วยระบบ)
Chat Agent ประเภทนี้มีชื่อเรียกในระบบว่า "My assistant" หรือ "ผู้ช่วยของฉัน" ซึ่งจะพร้อมใช้งานให้กับผู้ใช้ทุกคนโดยอัตโนมัติตั้งแต่แรกเริ่ม จุดเด่นของ System Chat Agent คือมันทำหน้าที่เป็น "ตัววางแผนพื้นฐาน" (base planner) ที่ไม่มีข้อมูลหรือ Action ติดตัวมาโดยตรง แต่จะเข้าถึงทรัพยากรที่ผู้ใช้แต่ละคนมีสิทธิ์แบบไดนามิกในขณะที่กำลังสนทนาอยู่ นั่นหมายความว่า Agent ตัวเดียวกันนี้จะให้คำตอบที่แตกต่างกันไปตามสิทธิ์การเข้าถึงและเนื้อหาที่พร้อมใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน
ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถควบคุมการตั้งค่าของ System Chat Agent ได้ โดยกำหนดผู้ใช้บางคนให้เป็น "เจ้าของ" (Owner) เพื่อให้สามารถปรับแต่งบุคลิก (Persona) และการตั้งค่าอื่นๆ ของ Agent ได้
System Chat Agent มาพร้อมกับความสามารถด้านแชททั้งหมด ได้แก่:
- ฟังก์ชันอัปโหลดไฟล์
- การเข้าถึงความรู้จาก LLM (Large Language Model) โดยตรง
- ระบบป้องกันความเป็นพิษของเนื้อหา (Toxicity) และ Guardrail อื่นๆ
- การค้นหาข้อมูลบนเว็บ (Web Search)
- กลไกการจำกัดขอบเขตข้อมูลแชท (Chat Data Scoping) ที่ให้สิทธิ์การเข้าถึง Spaces, Topics, แดชบอร์ด, Knowledge Base และ Action ตามสิทธิ์ของผู้ใช้แต่ละคน
2. Custom Chat Agent (ผู้ช่วยที่ปรับแต่งเอง)
Chat Agent ประเภทนี้สามารถสร้างและปรับแต่งให้เหมาะกับกรณีการใช้งานเฉพาะได้ โดยผู้ใช้ที่มีสิทธิ์สร้าง Chat Agent ใน Amazon Quick และสามารถแชร์ให้กับใครก็ได้ ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกที่จะจำกัดไม่ให้ผู้ใช้หรือกลุ่มบางกลุ่มสร้าง Custom Chat Agent ได้ แต่ยังคงอนุญาตให้พวกเขาใช้งาน Chat Agent ผ่านการแชทได้ตามปกติ ทั้งนี้ Chat Agent จะให้คำตอบที่จำกัดเฉพาะเนื้อหาที่ผู้ใช้ที่กำลังเรียกใช้งานมีสิทธิ์เข้าถึงเท่านั้น
ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น การสร้าง Agent ฝ่ายขายที่เชื่อมต่อกับข้อมูลแคตตาล็อกสินค้าและราคาที่เก็บอยู่ใน Space หรือ Agent ฝ่ายกำกับดูแล (Compliance) ที่ตั้งค่าให้รู้เรื่องข้อกำหนดด้านกฎระเบียบขององค์กร
Custom Chat Agent สามารถโต้ตอบกับทรัพยากรของ Amazon Quick ได้สองรูปแบบ:
- แบบตั้งค่าทรัพยากรไว้ล่วงหน้า (Preconfigured with resources): Chat Agent ประเภทนี้จะใช้เฉพาะทรัพยากรที่ตั้งค่าไว้ (เช่น Spaces เป็นแหล่งความรู้ หรือ Action Connector เป็นเครื่องมือ) เป็นค่าเริ่มต้นเมื่อค้นหาคำตอบหรือดำเนินการ Action ต่างๆ ระหว่างการแชท ผู้ใช้ยังสามารถแนบทรัพยากรเพิ่มเติมตามความต้องการ หรือเรียกใช้ Action โดยตรงได้ ตัวอย่างเช่น Agent ที่ตั้งค่าด้วย Space ที่มีแต่ไฟล์เอกสาร จะไม่สามารถดำเนิน Action ใดๆ ได้เองโดยค่าเริ่มต้น เว้นแต่ผู้ใช้จะเรียกใช้อย่างชัดเจน ในทางกลับกัน Agent ที่ตั้งค่าด้วย Action เท่านั้นจะอาศัยความรู้จาก LLM เป็นหลัก เว้นแต่ผู้ใช้จะแนบ Space หรือแดชบอร์ดเพื่อให้คำตอบที่เจาะจงกับข้อมูลองค์กร
- แบบไม่ยึดติดทรัพยากรตั้งแต่สร้าง (Unopinionated at build time): Chat Agent ประเภทนี้จะไม่ถูกตั้งค่าทรัพยากรใดๆ ไว้ตั้งแต่ตอนสร้าง (ไม่ว่าจะเป็น Spaces หรือ Action Connector) ขอบเขตทรัพยากรของ Agent จะถูกกำหนดโดยการแชทเอง เช่น หากไม่มีการตั้งค่า Space ให้กับ Agent การแชทจะใช้ Spaces ทั้งหมดหรือความรู้จาก LLM เป็นค่าเริ่มต้น จนกว่าผู้ใช้จะทำการเปลี่ยนแปลง
การเลือกทรัพยากรของผู้ใช้ระหว่างแชทจะส่งผลต่อพฤติกรรมของ Chat Agent โดยตรง หากผู้ใช้เลือก Space ใดๆ Agent จะตอบโดยใช้ข้อมูลภายใน Space นั้นเท่านั้น และดำเนิน Action ที่มีอยู่ภายใน Space นั้น (หากไม่ได้ตั้งค่าแบบ Preconfigured ไว้แล้ว) แต่หากผู้ใช้เลือกแดชบอร์ด Topic หรือ Knowledge Base เฉพาะ Agent จะตอบจากแหล่งข้อมูลนั้นเพียงอย่างเดียว และจะไม่ดำเนิน Action ใดๆ เนื่องจากโฟกัสถูกเปลี่ยนไปยังแหล่งข้อมูลที่เจาะจง ผู้ใช้จึงจำเป็นต้องเลือกทรัพยากรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในการแชทเพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือที่ครบถ้วน
???? ข้อควรรู้: System Chat Agent เป็น Chat Agent แบบไม่ยึดติดทรัพยากรตั้งแต่แรกเริ่มเสมอ หากต้องการให้ Chat Agent เข้าถึง Action ทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงโฟกัสของข้อมูล ให้ตั้งค่า Chat Agent ด้วย Action Connector
การโต้ตอบของผู้ใช้ Amazon Quick กับ Chat Agent
Amazon Quick แบ่งความสามารถในการจัดการ Chat Agent ออกเป็นสองระดับ คือฝั่ง Console ผู้ดูแลระบบ และฝั่งผู้ใช้งานทั่วไป
ในระดับ Admin Console ผู้ดูแลระบบสามารถ:
- กำหนดเจ้าของ (Owner) ให้กับทั้ง System Chat Agent และ Custom Chat Agent โดยใช้ฟีเจอร์ Manage Resources
- ควบคุมว่าผู้ใช้จะสามารถสร้าง Chat Agent ได้หรือไม่ ผ่าน Custom Permissions
- ตั้งค่าคำหรือวลีต้องห้าม (Blocked Words) ในระดับอินสแตนซ์สำหรับ Chat Agent ทุกตัว
ในระดับผู้ใช้ Amazon Quick ผู้ใช้งานสามารถ:
- สร้างและจัดการ Custom Chat Agent (หากมีสิทธิ์ที่เหมาะสม)
- ตั้งค่าบุคลิกและรูปแบบการตอบของ Chat Agent รวมถึงให้เอกสารอ้างอิงเพื่อกำหนดพฤติกรรมของ Agent
- เชื่อมต่อ Chat Agent เข้ากับ Spaces (ที่มีแดชบอร์ด ชุดข้อมูล Topics) เพื่อใช้เป็นแหล่งความรู้ในการค้นหาคำตอบ
- เชื่อมต่อ Action Connector เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ
- แชร์ Chat Agent กับผู้ใช้และทีมที่เฉพาะเจาะจง
- โต้ตอบกับ Chat Agent ผ่านการสนทนา
- วิเคราะห์ข้อมูลด้วยความช่วยเหลือของ Chat Agent
- ได้รับคำตอบที่อ้างอิงตามสิทธิ์การเข้าถึงจาก Chat Agent
สิทธิ์การใช้งาน Chat Agent มีอะไรบ้าง
สิ่งที่คุณสามารถทำได้กับ Chat Agent หนึ่งๆ ยังขึ้นอยู่กับสิทธิ์ที่คุณได้รับด้วย โดย Amazon Quick แบ่งสิทธิ์ผู้ใช้ออกเป็น 2 ประเภท:
- Owner (เจ้าของ): สามารถแก้ไข แชร์ และลบ Chat Agent ได้ นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงและปรับแต่งพฤติกรรมของ Agent (การตั้งค่าบุคลิก เอกสารอ้างอิง) และทรัพยากร (Space, Action Connector) ปรับแต่งรายละเอียดต่างๆ เช่น ชื่อเรื่อง คำอธิบาย และคำแนะนำที่ช่วยให้ใช้งานง่ายขึ้น
- Viewer (ผู้ดู): ไม่สามารถปรับแต่งรายละเอียดของ Chat Agent ได้ แต่สามารถรับคำตอบตามสิทธิ์ที่ตนมีต่อทรัพยากรที่เกี่ยวข้องได้
หากคุณไม่มีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรที่เชื่อมโยงไว้ในฐานะ Viewer หรือ Owner ทรัพยากรที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน Chat Agent โดยเจ้าของคนอื่นจะแสดงเป็น "Resource unavailable" หรือ "ทรัพยากรไม่พร้อมใช้งาน" คุณสามารถลบทรัพยากรเหล่านี้ได้ในฐานะ Owner แต่ไม่สามารถแสดงรายการหรือเพิ่มทรัพยากรเหล่านั้นได้ เนื่องจากจำเป็นต้องมีการแชร์ในระดับทรัพยากรก่อน
ผู้ดูแลระบบของ Quick จำเป็นต้องมอบสิทธิ์ให้ผู้ใช้ในการสร้าง Chat Agent ก่อน หากต้องการทราบว่าบทบาท (Role) ใดสามารถสร้าง Chat Agent ได้บ้าง สามารถตรวจสอบได้จากเอกสารด้านราคาของ Amazon Quick
สิทธิ์แบบกำหนดเอง (Custom Permissions) สำหรับ Chat Agent
โดยค่าเริ่มต้น Amazon Quick จะเปิดใช้งานฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดให้กับบัญชี Amazon Quick โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ทันทีตามแพ็กเกจสมาชิกของตน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถใช้ Custom Permissions เพื่อจำกัดฟีเจอร์บางอย่างได้ตามความเหมาะสมขององค์กร
ในฐานะผู้ดูแลระบบ เมื่อสร้างโปรไฟล์สิทธิ์แบบกำหนดเอง คุณสามารถสร้างข้อจำกัดสำหรับ Chat Agent ได้ 2 รูปแบบ:
- ปิดการใช้งานฟีเจอร์ Chat Agent ทั้งหมด สำหรับผู้ใช้ ทั้งการแชทกับ Agent เริ่มต้น การแชทกับ Custom Agent และการสร้าง Agent ใหม่ ทำได้โดยการจำกัดฟีเจอร์ Chat
- จำกัดเฉพาะความสามารถในการสร้าง Agent โดยไม่กระทบต่อการแชทกับ Agent ที่มีอยู่ ทำได้โดยการสร้างโปรไฟล์สิทธิ์แบบกำหนดเองและจำกัดเฉพาะฟีเจอร์ Create chat agents
???? หากต้องการให้ผู้ใช้แชทผ่าน System Agent ได้ตามปกติ แต่ไม่ต้องการให้พวกเขาสร้าง Chat Agent เอง ให้จำกัดเฉพาะความสามารถในการสร้าง Chat Agent เท่านั้น
สิทธิ์ของ Agent ใน Amazon Quick สามารถกำหนดค่าผสมผสานกันได้หลายรูปแบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กร ตารางด้านล่างสรุปสถานการณ์การใช้งานที่พบบ่อยไว้ให้เข้าใจง่ายขึ้น:
| สถานการณ์การใช้งาน | สิ่งที่ผู้ใช้สามารถทำได้ |
|---|---|
| Agent แบบเต็มความสามารถ (ไม่มีข้อจำกัดเรื่อง Chat Agent, Spaces, Knowledge Base, Action หรือ Flows) | แชทกับ Agent ที่มีอยู่แล้วและ Agent แบบกำหนดเองทั้งหมด, สร้างและปรับแต่ง Agent ใหม่, เชื่อมต่อ Agent กับ Spaces, Knowledge Base และ Action, เรียกใช้ Flows จากหน้าต่างแชท, แชร์ Agent กับผู้ใช้คนอื่น, ใช้ฟีเจอร์และการเชื่อมต่อทั้งหมดของแชท |
| สิทธิ์เข้าถึง Agent แบบแชทได้อย่างเดียว (เปิดใช้ฟีเจอร์ Agent แต่จำกัดการสร้าง Chat Agent) | แชทกับ Agent ที่มีอยู่แล้วและถูกแชร์มา, ไม่สามารถสร้าง Custom Agent ใหม่ได้, ไม่สามารถแก้ไขหรืออัปเดต Custom Agent ได้, เข้าถึงหน้าต่างแชทและคลัง Agent ได้เต็มรูปแบบ |
| สิทธิ์เข้าถึงแบบจำกัดฟีเจอร์อื่นๆ (เปิดใช้ Chat Agent แต่จำกัดฟีเจอร์บางส่วน) | แชทกับ System และ Custom Agent ได้ แต่ความสามารถลดลง, ไม่สามารถแนบ Knowledge Base, Space หรือ Action เข้ากับการตั้งค่า Agent หรือเลือกทรัพยากรเหล่านี้ระหว่างแชทได้ หากจำกัด Spaces: Agent ที่ตั้งค่าด้วย Space จะหันไปใช้ความรู้จาก LLM แทน ผู้ใช้จะไม่เห็นหรือเลือก Space ในตัวเลือกทรัพยากรของแชทได้ หากจำกัด Knowledge Base: ผู้ใช้ไม่สามารถเลือก Knowledge Base มาใช้ในแชทได้ Knowledge Base ใดๆ ที่อยู่ใน Space ที่แนบไว้กับ Agent จะไม่ถูกใช้ในการสร้างคำตอบ หากจำกัด Action: ผู้ใช้ไม่สามารถผูก Action กับ Agent หรือเรียกใช้ Action จากแชทได้ Action ที่ตั้งค่าไว้ล่วงหน้าจะไม่ถูกใช้ในการทำงาน หากจำกัด Flows: แชทจะไม่แสดง Flows อีกต่อไป ผู้ใช้จึงเรียกใช้ไม่ได้ระหว่างแชทกับ Agent |
| ไม่มีสิทธิ์เข้าถึง Chat Agent เลย (ฟีเจอร์ Agent ถูกจำกัดทั้งหมด) | ไม่สามารถดูหรือเข้าถึง Chat Agent ใดๆ ได้, คลังและเมนูนำทางของ Agent ถูกซ่อน, ยังคงเข้าถึงและสร้างทรัพยากร Amazon Quick อื่นๆ ได้ เช่น การสร้าง Space เพื่อแชร์ไฟล์กับทีม หรือ Flows สำหรับการโต้ตอบแบบมีโครงสร้าง (ตราบใดที่ฟีเจอร์เหล่านั้นไม่ได้ถูกจำกัดด้วย) |
จะเห็นได้ว่า Amazon Quick ออกแบบระบบสิทธิ์ของ Chat Agent ให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก องค์กรสามารถเลือกเปิดหรือปิดฟีเจอร์เฉพาะจุดได้ตามนโยบายด้านความปลอดภัยข้อมูลและการกำกับดูแล (Governance) ของตนเอง โดยไม่จำเป็นต้องปิดกั้นการใช้งานทั้งระบบ